Covid-19 Information Center

Present information about Covid-19 to build awareness and proper understanding

Covid-19
Today’s Report

New cases
1,842
Decreased* 14.73%
Recovered
2,015
Decreased* 13.21%
In treatment
21,319
Decreased* 0.86%
Deaths
34
Increased* 5.69%
*Compare / 7 Day Moving Average

Vaccination rate

  • Third dose
  • Second dose
  • First dose
70%

FAQ

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้ข้อมูลขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียน และอนุมัติให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์ ฉีดในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ กรมควบคุมโรคพร้อมให้การสนับสนุนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ในกลุ่มนักเรียนตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายของรัฐบาล วัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยขณะนี้ ทุกตัวผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลกและขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย. จึงขอให้ผู้ปกครองนักเรียน ทุกคนมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยได้ กระทรวงสาธารณสุขจะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการตามนโยบายการฉีดวัคซีนให้เด็กถ้วนหน้าให้ดีที่สุด ยึดประโยชน์ของผู้ปกครองและประชาชนไทยทุกคนเป็นสำคัญ

อ่านเพิ่มเติม

กระทรวงสาธารณสุข ใช้สูตรวัคซีนไขว้ “ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า” เป็นสูตรหลักฉีดให้ประชาชนทั่วไป และกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากสร้างภูมิคุ้มกันสูงภายใน 5 สัปดาห์ และต้านเชื้อเดลต้าได้ มีความปลอดภัย สำหรับการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ห่างกัน 3 สัปดาห์ จากการศึกษาภูมิคุ้มกันต่อการยับยั้งเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าพบว่า มีระดับภูมิคุ้มกันสูง 78.65 สูงระดับเดียวกันกับแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มที่ได้ภูมิคุ้มกัน 76.52 ส่วนการฉีดซิโนแวค 2 เข็ม และกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าเซนเนก้าให้บุคลากรทางการแพทย์บางส่วนพบว่าภูมิคุ้มกันสูงถึง 271.17 ซึ่งแอสตร้าเซนเนก้าจะเร่งส่งมอบวัคซีนให้ครบ 61 ล้านโดส ภายในปีนี้ ไทยจึงนำเข้าซิโนแวคอีก 12 ล้านโดส เพื่อนำมาฉีดไขว้เป็นสูตรไขว้ มีระยะห่างระหว่างเข็ม 3 สัปดาห์ และใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์ จะมีภูมิคุ้มกันระดับสูงที่ต้านเชื้อเดลต้าได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงปรับมาฉีดสูตรนี้ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในเวลาอันรวดเร็ว โดยจากการฉีดที่ผ่านมาพบอาการไม่พึงประสงค์ ไม่แตกต่างจากการฉีดวัคซีนตัวอื่น

ที่มา: กระทรวงสาธารณสุข อ่านเพิ่มเติม

ผลวิจัยการฉีดวัคซีนสลับของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช อ่านเพิ่มเติม

กระทรวงสาธารณสุข สนอแนวคิด Universal Prevention เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด มีหลักปฏิบัติ 10 ข้อ

  1. ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น
  2. เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร
  3. สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา
  4. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
  5. อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก รวมทั้งใบหน้า ตา จมูก ปาก
  6. ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน
  7. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ
  8. แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
  9. กินอาหารปรุงสุกใหม่ แยกสำรับ ใช้ช้อนกลางส่วนตัว
  10. หากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย ATK บ่อยๆ เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม

1. ผู้สัมผัส ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และมีอาการ ควรตรวจด้วย RT -PCR ที่โรงพยาบาล

2. หากมีอาการ และไม่มีประวัติสัมผัสหรือเสี่ยงสูง ใช้ชุดตรวจ ATK

3. ผู้สัมผัส แต่ไม่มีอาการ ใช้ชุดตรวจ ATK

4. กลุ่ม 608 ในพื้นที่เสี่ยง ใช้ชุดตรวจ ATK

  • ผู้ที่ไม่มีอาการ ควรตรวจซ้ำทุก 7 วัน แต่หากมีอาการ ควรตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ทันที
  • กลุ่มที่มีอาการ ควรตรวจซ้ำ ภายใน 3-5 วัน

อ่านเพิ่มเติม