มาตรการของจังหวัดนครราชสีมา

มาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

(โควิด-19) สำหรับพื้นที่ควบคุมของจังหวัดนครราชสีมา (ฉบับที่ ๒)

        โดยที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น มีการติดเชื้อภายในจังหวัดเพิ่มขึ้นจากการเข้าไปยังพื้นที่เสี่ยงหรือร่วมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในจังหวัดทั้งค้านเศรษฐกิจ ด้านการสาธารณสุขประกอบกับสัคส่วนของผู้ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster Dose) ในจังหวัดยังมีไม่มากพอจึงเห็นสมควรกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคเสียใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

        อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ (๑) ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑) ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๗) ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๔๑) ลงวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกอบมาตรา ๓๔ และมาตรา๓๕ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ตามมติที่ประชุมครั้งที่ ๔๐/๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๕จึงกำหนดมาตรการเพิ่มเดิมสำหรับพื้นที่ควบคุมของจังหวัดนครราชสีมา ดังนี้

        ข้อ ๑ ห้ามการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนเกิน ๕๐๐ คน (ห้าร้อยคน) ในพื้นที่ควบคุมของจังหวัดนครราชสีมา

        กรณีมีความจำเป็นต้องจัดกิจกรรมรวมกลุ่มเกิน ๕๐๐ คน (ห้าร้อยคน) จะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราบสีมา โดยยื่นผ่าน ศปก. ในพื้นที่รับผิดชอบไม่น้อยกว่า ๗ วัน เว้นแต่เป็นกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หรือเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรค

        ทั้งนี้ ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบและเรียบร้อยภายในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงประกาศกำหนด โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พิจารณามาตรการที่จำเป็นและเหมาะสมของสถานการณ์เพื่อการเข้าระงับยับยั้ง การตรวจสอบ การยุติการชุมนุมหรือการทำกิจกรรมหรือการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทั้งต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม และประยาชนโดยทั่วไป โดยให้เร่งรัดการปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจอย่างเข้มข้นเพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์ที่รวดเร็ว

        ข้อ ๒ การปฏิบัติงานนอกสถานที่ ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณาดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งของหน่วยงานหรือสถานประกอบการ ตามความเหมาะสมเพื่อการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรค โดยให้ดำเนินการตามมาตรการนี้ต่อเนื่องไป จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕

        ข้อ ๓ ให้สถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยงต่อกรแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด - 19ดังต่อไปนี้ยังคงปิดการให้บริการ

  1. (๑) สถานบริการ
  2. (๒) สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะหรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน

        หากผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานที่ตามวรรคหนึ่ง ได้มีการเตรียมความพร้อมปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขแล้ว และประสงค์จะปรับรูปแบบของสถานที่ดังกล่าวเพื่อการลักษณะที่เป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม จะต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินความพร้อมของสถานที่บุคลากร และการจัดการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่กำหนด และต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ภายในวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ก่อนเปิดให้บริการได้ภายใต้การกำกับติดตามของพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ให้ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานที่ดังกล่าวยื่นคำขอต่อ ศปก.อำเภอหรือ ศปก. เทศบาลนครนครราชสีมา แล้วให้ ศปก.ที่รับคำขอเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมามีมติต่อไป

        ข้อ ๔ การผ่อนคลายมาตรการเพื่อกิจการหรือการดำเนินกิจกรรมบางประเภท

  1. (๑) โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทุกประเภท ให้สามารถใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ตามความเหมาะสมและความพร้อมโดยรูปแบบของการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางการจัดระเบียบและระบบต่าง ๆ คำแนะนำของทางราชการและมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. (๒) ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม สามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้จนถึงเวลา ๒๓.00 นาฬิกา ห้ามการบโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน ยกเว้นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่อยู่ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว จำนวน ๗ อำเภอ โดยมาตรการนี้ให้ใช้บังคับกับร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันด้วย
  3. (๓) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดให้บริการได้ตามเวลาปกติ โดยยังคงปิดให้บริการส่วนที่เป็นสวนสนุก หรือ สวนน้ำที่เป็นห้องปรับอากาศหรือพื้นที่ปิด
  4. (๔) โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ หรือสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดให้บริการได้ ให้ปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กรที่กำหนด เช่น การจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงาน การให้ผู้เข้าร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา เว้นระยะห่างไม่ให้อึดอัด รวมทั้งดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กำหนดอย่างเคร่งครัด
  5. (๕) คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงาม ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม ร้านทำเล็บ และร้านสัก สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา หรือสถานประกอบการนวดแผนไทย สามารถเปิดดำเนินการได้ไม่เกินเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา
  6. (๖) โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ โรงละคร สามารถเปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ ทั้งนี้ ให้จัดที่นั่งให้มีการเว้นระยะห่างโดยการเว้นที่นั่งตามแนวปฏิบัติที่กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยให้ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดระยะเวลาการชมภาพยนตร์มหรสพ การแสดงดนตรี การแสดงทางวัฒนธรรม เว้นแต่รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม และต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
  7. (๗) สวนสาธารณะ ลานกีฬา สนามกีฬา สนามเพื่อการกีฬาหรือกิจกรรมทางน้ำเพื่อการสันทนาการ สระว่ายน้ำสาธารณะ สถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทกลางแจ้งหรือตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งสนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทในร่มที่อากาศถ่ายเทได้ดี รวมถึงสถานที่ออกกำลังกาย ยิมหรือฟิตเนสที่เป็นห้องปรับอากาศ ให้เปิดบริการได้ตามปกติ ทั้งนี้ การใช้สถานที่หรือสนามกีฬาเพื่อการจัดแข่งขันกีฬา กรณีประเภทกีฬาในร่ม สามารถจัดการแข่งขันได้โดยให้มีผู้ชมในสนามไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของความจุสนามหากเป็นการจัดแข่งขันประเภทสนามกีฬากลางแจ้ง สามารถจัดการแข่งขันได้โดยให้มีผู้ชมในสนามไม่เกินร้อยละ ๗๕ ของความจุสนาม และต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

        ข้อ ๕ ทั้งนี้คำสั่งจังหวัดนครราชสีมาที่ ๑๒๖๙๗/๒๕๖๔ เรื่อง มาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับพื้นที่ควบคุมของจังหวัดนครราชสีมาสั่ง ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ยังคงมีผลบังคับใช้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้

        อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิ์โต้แย้งตามมาตรา๓๐ วรรคสอง (๑) พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

        ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๕๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา ๕๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณี และอาจมีความผิดตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

        ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป