จังหวัดปัตตานี

จังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ภาคใต้ของประเทศไทย ห่างจากรุงเทพฯ ๑,๐๕๕ กม. มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๙๔๐.๓๕ ตร.กม. หรือ ประมาณ ๑,๒๑๒,๗๒๓ ไร่ มีอาณาเขต ติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ทิศเหนือ - ติดต่อกับอ่าวไทย ทิศใต้ - ติดต่อกับเขตอำเภอเมืองยะลา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา และเขตอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ทิศตะวันออก - ติดต่อกับอ่าวไทย ทิศตะวันตก - ติดต่อกับเขตอำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

ตราสัญลักษณ์ - รูปปืนใหญ่ หมายถึง ปืนนางพญาตานีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด (มีขนาดยาว ๓ วา ศอกคืบนิ้วครึ่ง กระสุนมีลักษณะกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๑ นิ้ว) ซึ่งเป็นปืนใหญ่กระบอกสำคัญที่ใช้ป้องกันเมืองปัตตานี ตลอดมา ชาวเมืองปัตตานีจึงถือว่าเป็นของคู่บ้านคู่เมืองมาแต่สมัยโบราณ

คำขวัญประจำจังหวัด - "เมืองงามสามวัฒนธรรม ศูนย์ฮาลาลเลิศล้ำ ชนน้อมนำศรัทธา ถิ่นธรรมชาติงามตา ปัตตานีสันติสุขแดนใต้"

สภาพภูมิประเทศ แบ่งเป็น ๓ ลักษณะ ประกอบด้วย พื้นราบชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ ๑ ใน ๓ ของพื้นที่จังหวัด ได้แก่ ทางตอนเหนือและทางตะวันออกของจังหวัดมีหาดทรายยาว และเป็นที่ราบชายฝั่งกว้างประมาณ ๑๐ - ๓๐ กิโลเมตร พื้นที่ราบลุ่ม บริเวณตอนกลาง และตอนใต้ของจังหวัด มีแม่น้ำปัตตานีไหลผ่านที่ดินมีความเหมาะสม ในการเกษตรกรรมและพื้นที่ภูเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนน้อยอยู่ทางตอนใต้ของอำเภอโคกโพธิ์ อำเภอกะพ้อ และทางตะวันออกของอำเภอสายบุรี

ลักษณะอากาศทั่วไป จังหวัดปัตตานี อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมที่พัดประจำฤดูกาล ๒ ชนิด คือ ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหรือฤดูหนาว จะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นลมเย็นและแห้งจากประเทศจีนพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนตั้งแต่ภาคกลางขึ้นไปมีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งทั่วไป แต่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงไปกลับมีฝนตกชุกเพราะลมมรสุมนี้ พัดผ่านอ่าวไทยจึงพัดพาเอาไอน้ำไปตกเป็นฝนทั่วไป ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป อากาศจึงไม่หนาวเย็นดังเช่นภาคอื่นๆ ที่อยู่ทางตอนบนของประเทศ และจังหวัดปัตตานีซึ่งอยู่ทางด้านฝั่งตะวันออกได้รับอิทธิพลของลมนี้เต็มที่จึงมีฝนตกอยู่ในเกณฑ์ปานกลางและมีอากาศเย็นเป็นครัั้งคราว ลมมรสุมอีกชนิดหนึ่งคือลมมรสมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งพัดผ่านมหาสมุทรอินเดีย จึงพาเอาไอน้ำและความชุ่มชื้นมาสู่่ประเทศไทย แต่เนื่องจากเทือกเขาตะนาวศรีด้านตะวันตกซึ่งปิดกั้นกระแสลมเอาไว้ จึงทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและจังหวัดปัตตานีมีฝนน้อยกว่าภาคใต้ ฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลมมรสุม


มาตรการของจังหวัด

คำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ (พิเศษ) 99/2564 เรื่อง มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ตามที่ได้มีข้อกำหนดออกตามความมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 (ฉบับที่ 40) ลงวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2564 โดยที่แนวโน้มของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศไทย ได้คลี่คลายลงตามลำดับฯ และในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ป่วยรักษาจนหายเป็นปกติมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการดำเนินการตามแผนการให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศ คาดว่าจะบรรลุตามเป้าหมายการฉีดวัคซีนในประเทศครบหนึ่งร้อยล้านโดส ายในปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด

รัฐบาล โดยข้อเสนอของฝ่ายสาธารณสุข จึงมีนโยบายเพื่อการผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ภายใต้เงื่อนไขที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรค ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่กับการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว จังหวัดปัตตานี จึงเห็นควรยกเลิก

คำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ (พิเศษ) 81/2564 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2564 เฉพาะข้อ 6-11, 13 และ

คำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ (พิเศษ) 82/2564 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2564 และให้ใช้คำสั่งนี้แทน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22(7) และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อ 7(1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี จึงออกคำสั่งจังหวัดปัตตานี ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามพื้นที่สถานการณ์

ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำกับดูแลและติดตามการดำเนินการของสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมในพื้นที่สถานการณ์ที่ได้ปรับมาตรการตามคำสั่งนี้ เพื่อให้เปิดดำเนินการได้ โดยให้ผู้ประกอบการ หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ จัดเตรียมสถานที่ ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) ตามประเภทของกิจการ กิจกรรม ตามระดับความเสี่ยงที่ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด จัดหมุนเวียนระบายอากาศกำกับดูแลความพร้อมของบุคลากรผู้ให้บริการ และปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคต่างๆ ตามที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งมาตรการที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบกำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ ดังต่อไปนี้

  1. ) ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม

    เปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ ไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และจำกัดจำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน ในห้องปรับอากาศ ให้มีจำนวนผู้นั่งบริโภคไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนที่นั่งปกติ ในพื้นที่เปิดที่อากาศสามารถระบายถ่ายเทได้ดี เช่น ร้านอาหาร ขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย รถเข็น ให้มีจำนวนผู้นั่งบริโภคไม่เกินร้อยละ 75 ของจำนวนที่นั่งปกติ จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นได้ โดยมีผู้แสดงไม่เกิน 5 คน ต้องมีการเว้นระยะห่างและงดการติดต่อสัมผัสกับผู้ใช้บริการ นักดนตรีสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา อนุโลมให้เฉพาะนักร้อง นักแสดง หรือนักดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีประเภทเป่าที่อาจถอดหน้ากากฯ ได้ขณะทำการแสดง

    มาตรการนี้ ให้ใช้บังคับกับร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันด้วย

    สำหรับร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ผู้ประกอบการและพนักงาน รวมถึง ผู้ใช้บริการ ลูกค้า ต้องได้รับวัคซีน อย่างน้อย 1 เข็ม เว้นแต่เป็นการซื้อกลับไปบริโภคที่อื่น หรือเป็นการซื้อจากร้านหาบเร่ แผงลอย รถเข็น

  1. ) #ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด หรือตลาดนัด

    เฉพาะการจำหน่ายสินค้าอุปโภคหรือบริโภค ให้เปิดได้ตามเวลาปกติ จนถึงเวลา 22.00 น. โดยจำกัดเวลาสำหรับร้านสะดวกซื้อที่ตามปกติเปิดให้บริการในช่วงเวลากลางคืน ให้ปิดให้บริการในระหว่างเวลา 22.00 น. - 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

    สำหรับตลาดสดหรือตลาดนัด ผู้ประกอบการและพนักงาน ต้องได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม โดยให้เจ้าของตลาดสดหรือตลาดนัด มีหน้าที่รับผิดชอบในการสุ่มตรวจ Antigen test kit (ATK) ทุกสัปดาห์

  1. ) #ห้างสรรพสินค้า

    ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบกิจการอื่น ที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ จนถึงเวลา 22.00 น โดยยังคงให้จำกัดกิจกรรมส่งสริมการขาย และปิดให้บริการในส่วนที่เป็น ร้านเกม ตู้เกม เครื่องเล่น สวนสนุก และสวนน้ำ

  1. ) #คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม

    สถานเสริมความงาม ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม ร้านทำเล็บ และร้านสัก สามารถเปิดดำเนินการและให้บริการผ่านการนัดหมายได้จนถึงเวลา 22.00 น.

    โดยกำหนดเงื่อนไขสำหรับร้านสักที่จะให้บริการได้เฉพาะผู้รับบริการที่แสดงหลักฐานว่าได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด หรือมีหลักฐานแสดงผลการตรวจที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 ในระยะเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนการใช้บริการโดยวิธี RT-PCR หรือโดยชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARs-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตัวเอง (ชุดตรวจ ATK)

  1. ) #สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

    สปาหรือสถานประกอบการนวดแผนไทย สามารถเปิดดำเนินการและให้บริการผ่านการนัดหมายได้ โดยจำกัดเวลาการให้บริการไม่เกินรายละสองชั่วโมง จนถึงเวลา 22.00 น. และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด ยกเว้นการอบตัว อบสมุนไพร และการอบไอน้ำ ที่ยังไม่อนุญาตให้ดำเนินการ

    โดยกำหนดเงื่อนไขเฉพาะการให้บริการประเภทการใช้น้ำเพื่อสุขภาพในกิจการสปา ที่ผู้เข้ารับบริการต้องแสดงหลักฐานว่าได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ราชการกำหนด หรือมีหลักฐานแสดงผลการตรวจที่ยืนยันว่าว่าไม่มีเชื้อโควิด – 19 ในระยะเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนการใช้บริการ โดยวิธี RT- PCR หรือโดยการใช้ชุดตรวจ ATK

  1. ) #สวนสาธารณะ

    ลานกีฬา สนามกีฬา สระน้ำเพื่อการกีฬาหรือกิจกรรมทางน้ำเพื่อการสันทนาการ สระว่ายน้ำสาธารณะ สถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทกลางแจ้งหรือตั้งอยู่ในพื้นที่โล่ง สถานกีฬา หรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทในร่มที่อากาศถ่ายเทได้ดี ให้เปิดได้ไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สามารถพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การใช้สถานที่เป็นการเฉพาะเพื่อความเหมาะสมกับสถานที่นั้นๆ ได้

    สำหรับสถานที่ออกกำลังกาย ยิมหรือฟิตเนส ที่เป็นห้องปรับอากาศ ให้เปิดได้ไม่เกินเวลา 22.00 น. และงดเว้นการให้บริการอบตัวหรืออบไอน้ำ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาอนุญาตการใช้สถานที่ตามเหมาะสมตามสภาพพื้นที่และสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดอย่างเคร่งครัด

  1. ) #การใช้สถานที่หรือสนามกีฬาเพื่อการจัดแข่งขันกีฬา ให้

    ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาความเหมาะสม โดยกรณี.ประเภทกีฬาในร่ม สามารถจัดการแข่งขันได้ โดยไม่มีผู้ชมในสนาม หากเป็นการจัดแข่งขันประเภทกีฬากลางแจ้ง สามารถจัดการแข่งขันได้ โดยให้มีผู้ชมในสนามไม่เกินร้อยละ 25 ของความจุสนาม และต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

    สำหรับการใช้สถานที่หรือสนามกีฬาเพื่อการฝึกซ้อมของนักกีฬาทีมชาติ ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเข้าใช้สถานที่ได้ โดยไม่มีผู้ชมในสนาม และต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

  1. ) #โรงภาพยนตร์

    โรงมหรสพ หรือโรงละคร สามารถเปิดดำเนินการได้ไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยโรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ หรือโรงละคร ที่เป็นห้องปรับอากาศ ให้จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนความจุที่นั่ง แต่หากเป็นพื้นที่เปิดที่อากาศระบายถ่ายเทได้ดี ให้จำกัดผู้ใช้บริการไม่เกินร้อยละ 75 ของความจุที่นั่ง ทั้งนี้ ให้จัดที่นั่งให้มีการเว้นระยะห่าง ตามแนวปฏิบัติที่กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กำหนด และผู้ใช้บริการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และงดบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในระหว่างการเข้าใช้บริการ

    สำหรับโรงมหรสพ หรือโรงละคร ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาความเหมาะสมให้มีการจัดแสดงดนตรี การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน หรือการแสดงอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันได้ โดยจำกัดจำนวนผู้แสดงและเจ้าหน้าที่ไม่เกิน 50 คน และให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา อนุโลมให้ขณะแสดงบนเวทีที่อาจถอดหน้ากากฯ ได้ โดยงดการติดต่อสัมผัสระหว่างบุคคล และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด

ข้อ 2 คำสั่งใดขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ให้ใช้คำสั่งนี้แทน

การดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จึงไม่อยู่ในกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ตามมาตรา 16 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ มีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหรือเป็นความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป


จังหวัดปัตตานี ออกมาตรการปลอดภัย สำหรับองค์กร (COVID-Free Setting)

ตามคำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ (พิเศษ) 101/2564

ตามที่ได้มีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 40) สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 40) ลงวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564 โดยที่แนวโน้มของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย ได้คลี่คลายลงตามลำดับ ด้วยการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีระดับคงที่และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ ผู้ได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติ มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง การดำเนินการตามแผนให้บริการวัคชีนที่คาดว่าจะบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนในประเทศ ครบจำนวน 100 ล้านโดสได้ภายในปีนี้ ซึ่งครอบคลุมกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง เป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด รัฐบาลโดยข้อเสนอของฝ่ายสาธารณสุข จึงมีนโยบายเพื่อการผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรค ภายใต้เงื่อนไข ที่ผู้ประกอบการ ผู้รับผิดชอบจัดงาน ผู้ร่วมงาน และประชาชนทั่วไป ต้องร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคที่กำหนดอย่างเคร่งครัด และมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) ซึ่งรัฐบาล จะได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ ซึ่งอาจจะได้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการให้เหมาะสมต่อไป เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่กับการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับ จังหวัดปัตตานี มีผู้ที่ได้รับการรักษาพยาบาลจนหายป่วย มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงเห็นควรกำหนดมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22(7) และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อ 7(1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี จึงออกคำสั่งจังหวัดปัตตานี ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting)

ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำกับดูแลและติดตามการดำเนินการของสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เปิดดำเนินการได้ โดยให้ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ จัดเตรียมสถานที่ ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) ตามประเภทของกิจการ กิจกรรม ตามระดับความเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด จัดระบบหมุนเวียนระบายอากาศกำกับดูแลความพร้อมของบุคลากรผู้ให้บริการ และปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคต่าง ๆ ตามแนวทางปฏิบัติที่ กระทรวงสาธารณสุข กำหนด รวมทั้ง มาตรการที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบกำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ ดังต่อไปนี้

  • (1) ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องจัดเตรียมสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) ตามประเภทของกิจการ กิจกรรม และเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ ที่กระทรวงสาธารณสุข กำหนด โดยให้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ลงตรวจประเมินให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ ที่กระทรวงสาธารณสุข กำหนดอย่างเคร่งครัด
  • (2) สถานที่หรือกิจการต่าง ๆ ได้แก่ ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม สถานศึกษาทุกประเภท ทั้งของรัฐและเอกชน โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงแรม รีสอร์ท โรงงาน ตลาดสด ตลาดนัด มัสยิด วัด ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ หรือพื้นที่เสี่ยงอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกัน

    พื้นที่เสี่ยงอื่น หมายความรวมถึง พื้นที่ที่มีการรวมตัวของบุคคลเป็นจำนวนมาก แออัด เป็นพื้นที่ปิด และหรือใช้เครื่องปรับอากาศ โดยกำหนดเงื่อนไขที่จะให้บริการได้เฉพาะผู้รับบริการที่แสดงหลักฐานว่าได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด หรือมีหลักฐานแสดงผลการตรวจที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 ในระยะเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนการใช้บริการ โดยวิธี RT- PCR หรือโดยชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test Kits : ATK) (ชุดตรวจ ATK)

  • ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สอดส่อง เฝ้าระวัง และติดตามการดำเนินมาตรการของผู้ประกอบการและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานที่หรือกิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) หากพบสถานที่หรือกิจการต่างๆ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าตักเตือน และให้คำแนะนำเพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว ก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมาย ต่อไปได้

ข้อ 2 คำสั่งใดขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ให้ใช้คำสั่งนี้แทน

  • อนึ่ง การดำเนินการตามคำสั่งนี้ เป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จึงไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ตามมาตรา 16 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
  • หากผู้ใดฝ่าผืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้
  • มีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558
    • ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ
    • ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและหรือ..
  • เป็นความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
    • ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ
    • ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ